Featured Post

เชฟโรเลต โซนิค คุณภาพดีร

เชฟโรเลต โซนิค คุณภาพดีราคาไม่เเพง   ไม่ต้องไหว้ครูกันนานครับ สำหรับธุรกิจของจีเอ็มในไทยที่ใช้แบรนด์เชฟโรเลตเป็นหัวหอกในการลุยตลาด หลังบริษัทแม่ปรับโครงสร้างใหม่ลงตัว พร้อมกับโรงงานผลิตรถยนต์-เครื่องยนต์ที่จังหวัดระยองเสร็จสมบูรณ์ ทั้งปิกอัพ “โคโลราโด” พีพีวี “เทรลเบลเซอร์” เอสยูวี “แคปติวา”เก๋งคอมแพกต์ “ครูซ” และล่าสุด “โซนิค” เก๋งซับคอมแพกต์รุ่นใหม่ ต่างทยอยออกมาจากสายการผลิตและลงโชว์รูมให้คนไทยได้เลือกเพียบ    …รวมๆแล้วศูนย์การผลิตแห่งนี้สามารถเนรมิตรถได้ถึง 6 โมเดล (รวมอาวีโอ 1.6ซีเอ็นจีที่ยังขายอยู่) เครื่องยนต์อีก 15 รุ่น ระบบส่งกำลังกว่า 40 ชุด ซึ่งถือเป็นความทันสมัยบนความยืดหยุ่นของกระบวนการผลิต ที่จีเอ็มลงทุนไปกว่า 30,000 ล้านบาท ในส่วนของ“โซนิค”ถือเป็นโกลบอลโมเดล (Global model) ตัวสำคัญที่เชฟโรเลตจะใช้ลุยตลาดรถเล็กทั่วโลก ซึ่งเห็นความชัดเจนตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เมื่อผู้บริหารของเชฟโรเลต(จีเอ็ม) เห็นว่ารุ่นเดิมอย่าง “อาวีโอ” ชื่อชั้นยังไม่ติดตาโดนใจลูกค้ามากนัก แถมไม่มีคุณค่าที่สั่งสมให้เหมาะแก่การรักษาชื่อนี้เอาไว้ (เพราะเพิ่งเริ่มขายต้นศตวรรษที่ 20 นี่เอง)    ขณะเดียวกันทิศทางการพัฒนาเก๋งซับคอมแพกต์รุ่นใหม่ จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นให้ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นการทำตลาดในหลายๆประเทศจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ“อาวีโอ” ไปเป็น“โซนิค” ที่ดูมีพลังและความกระฉับกระเฉงมากกว่า ซึ่งสัมพันธ์กับรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นตัวถังซีดานและแฮทซ์แบก 5 ประตู      สำหรับประเทศไทย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำ “โซนิค ใหม่” มาอวดโฉมในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2012 ที่ผ่านมา จากนั้นเพิ่งเผยรายละเอียดทางเทคนิคพร้อมราคา และเปิดรับจองอย่างเป็นทางการเมื่อ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งใครจองล็อตแรกสำหรับตัวถังซีดานจะได้รับรถทันทีปลายเดือนนี้ ส่วนตัวถังแฮทช์แบ็กต้องรอไปอีกหนึ่งเดือน    โดย“โซนิค” ตัวถังซีดาน โครงสร้างใหญ่กว่าอาวีโอเดิมทุกมิติ ด้วยความยาว 4,399 มม.กว้าง 1,735 มม. สูง 1,517 มม. และระยะฐานล้อ 2,525 มม. มาพร้อมหน้าตาคมคาย ผิวพรรณเส้นสายเฉียบคม โดดเด่นกับไฟหน้าคู่ตัดกับเรือนสีดำ กระจังหน้าแบบดูอัลพอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ไฟท้ายโคมโตเต็มตา ทั้งนี้ตัวถังซีดานรุ่น LT จะมากับล้ออัลลอยด์ 15 นิ้ว ประกบยางคอนติเนนตัล 195/65 R15 ส่วนLTZ ใช้ 205/45 R16 ขณะที่ตัวถังแฮทช์แบ็กจะมากับล้อขนาด16 นิ้วเป็นมาตรฐาน        …ดูแล้วเหมือนเชฟโรเลตจะพยายามฉีกหนีความเป็นเกาหลีที่ติดมากับอาวีโอเดิม อย่างการใช้ยางก็เล่นของ “คอนติเนนตัล” ที่สำคัญยังพยายามสื่อสารว่า “โซนิค” ใช้ทั้งแพลตฟอร์ม (Gamma)ที่พัฒนาใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่จากยุโรปอีกด้วย      โดยเครื่องยนต์รหัส A14XFR แถวเรียง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1398 ซีซี พร้อมวาล์วแปรผัน Double CVC (ไอดี-ไอเสียแปรผัน) ให้กำลังสูงสุด100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด130 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ถือเป็นเครื่องยนต์สหกรณ์ที่ใช้ในรถเครือจีเอ็มอย่างว็อกซ์ออลและโอเปิ้ล ด้านระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และธรรมดา 5 สปีด    แม้เครื่องยนต์ 1.4 ลิตรใหม่จะมีแรงม้ามากกว่าเดิมถึง 6 ตัว (บางประเทศมีรุ่นเทอร์โบ) และเสริมเทคโนโลยีอย่างการควบคุมวาล์วไอดี-ไอเสียแปรผัน และเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แต่เมื่อมาเจอกับน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้น ย่อมทำให้ระบบขับเคลื่อนชุดนี้ต้องแบกภาระพอสมควร ผู้เขียนมีโอกาสลองโซนิค ตัวถังซีดาน ทั้งรุ่น1.4LTZ เกียร์อัตโนมัติ (ราคา 6.79 แสนบาท) และ 1.4LT เกียร์ธรรมดา (ราคา 5.88 แสนบาท) โดยรุ่นแรกนั้นการตอบสนองการขับขี่ค่อนข้างอืด และไม่ว่าจะขับย่านความเร็วไหนพลังมาค่อนข้างช้า การไล่ความเร็วจากจุดหยุดนิ่งไปถึง100 กม./ชม ต้องลุ้นกันเหนื่อย บางช่วงผู้เขียนลองกดคันเร่งมิด แต่พบว่ามาแต่เสียงและรอบเครื่องยนต์ที่ดีดสูง 4,000-5,000 ส่วนตัวรถไม่ได้ทะเยอทะยานเท่าไรนัก      ด้านเกียร์อัตโนมัติอัตราทดชิดทำงานฉับไว และยังมีโหมดเลือกเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง โดยเลื่อนคันเกียร์มาตำแหน่งล่างสุดที่ S จากนั้น ผู้ขับสามารถกดปุ่ม +,- ที่หัวเกียร์ได้ตามใจชอบ  อย่างไรก็ตามเมื่อผู้เขียนเปลี่ยนมาทดสอบรุ่นเกียร์ธรรมดาพบว่าขับขี่สนุกขึ้น น้ำหนักคลัทซ์ไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป การโยกเปลี่ยนเกียร์ทำได้กระชับแม่นยำ เลือกใช้เกียร์ 3-4 ตัวรถมีอาการฉุด-ดึงให้รู้สึกและพอจะเร่งลุ้นได้สนุก แต่กระนั้นถ้าตัดใจยัดเข้าเกียร์ 5 รถก็จะกลับเข้ามาโหมด “ง่วงอืด” เหมือนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ    แม้“โซนิค”จะไม่ได้ให้พลังแบบ“สะใจ” แต่ผู้เขียนมองว่า ถ้าขับขี่ในเมืองเป็นหลักเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร 100 แรงม้า น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานจริง ที่สำคัญเมื่อไปดูจุดเด่นด้านอื่นๆแล้ว “โซนิค”ไม่แพ้ใครแน่นอน              ประการแรกต้องยกให้การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารที่นิ่งเงียบ ทั้งเสียงลมปะทะ เสียงการจราจรจากภายนอก รวมถึงเสียงยางบดพื้นถนน ถัดมาเป็นเรื่องความแน่นเมื่อขับขี่ความเร็วสูง 120-140 กม./ชม. ช่วงล่างเซ็ทมาหนึบหนับ การเปลี่ยนเลนกะทันหัน ไร้การโยนตัวของห้องโดยสาร ขณะเดียวกันยังจัดการแรงสั่นอาการสะเทือนต่างๆได้อยู่หมัด ไม่ว่าจะเป็นโค้งสั้น โค้งยาว ขึ้นลงคอสะพาน “โซนิค” ให้ความมั่นใจดีทีเดียว ซึ่งสองประเด็นนี้น่าจะเหนือกว่าคู่แข่งแบรนด์ญี่ปุ่น และดีพอๆกับ“ฟอร์ด เฟียสต้า”เลยทีเดียว ด้านพวงมาลัยแบบแรคแอนพิเนียนยังใช้การผ่อนแรงแบบไฮดรอลิก หรือไม่ใช่ไฟฟ้าตามสมัยนิยม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนก็ชอบบุคลิกของพวงมาลัยแบบนี้ครับ ขับความเร็วสูงออกแนวตึงมือนิดๆ พร้อมๆกับการตอบสนองแบบแม่นยำตามธรรมชาติ หักองศาเท่าไหร่รถเลี้ยวได้ตามใจคิด รวมๆแล้วควบคุมได้นิ่งเนียนมั่นใจ              …แต่จะว่าไปถ้ากรณีขับช้าๆหรือวนหาที่จอด พวงมาลัยอาจจะหนักมือไปสักนิดสำหรับคุณผู้หญิง ยิ่งเป็นรุ่น 1.4LTZ ใช้ยางขอบ 16 ซีรีส์ 205/45 อาจจะใช้กำลังมากขึ้นอีกหน่อย ซึ่งพวงมาลัยของโซนิคถือว่าหนักกว่าคู่แข่งทุกยี่ห้อในตลาดแน่นอน  นอกจากนี้ถ้าวัดกันที่ออปชันอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ต้องยอมรับว่า“เชฟโรเลต โซนิค”ไม่ได้โดดเด่นกว่าซับคอมแพกต์รุ่นอื่นๆ หรือเทียบกับรุ่นพี่ๆในตระกูลที่ชอบชูเทคโนโลยีใหม่ๆมาโดยตลอด อย่างรุ่นล่าง LS ไม่มีทั้งเบรก ABS และถุงลมนิรภัย ส่วนรุ่น LT มีเบรก ABS และถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับลูกเดียว ขณะที่ตัวท็อป LTZ จะเพิ่มเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้ามาให้ ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน หลังทดสอบกันค่อนข้างโหด (มี 120-140กม./ชม.เป็นหลัก และสลับรถติดในเมือง) โดยรุ่นเกียร์อัตโนมัติ LTZ มีมาตรวัดอัจฉริยะมาให้ ซึ่งผู้เขียนเห็นผลหลังจากขับไปร่วม 200 กิโลเมตร สรุปตัวเลขประมาณ 10 กม./ลิตร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จีเอ็มแอบบอกผู้เขียนว่า รุ่นเดียวกันนี้ถ้าขับแบบปกติในชีวิตประจำวัน สามารถทำตัวเลขได้ 12 กม./ลิตรสบายๆ      รวบรัดตัดความ…ละทิ้งทุกความโบราณของอาวีโอไว้เบื้องหลัง ดีไซน์ภายนอก-ภายในทันสมัยสะดุดตา แม้เรี่ยวแรงอาจจะไม่จี๊ดจ๊าดเมื่อเทียบกับซับคอมแพกต์จากญี่ปุ่นที่วางเครื่องยนต์ 1.5 แต่สิ่งที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดความนิ่งเงียบภายในห้องโดยสาร และช่วงล่างแน่น-ทรงตัวยอดเยี่ยม ขณะที่การนั่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังไม่ได้อึดอัด หรือขยับขยายได้พอๆกับ “ฟอร์ด เฟียสต้า”และ “มาสด้า 2”

Read More

Isuzu D-Max รุ่นใหม่ล่าสุด

Posted by noum77 | Posted in Uncategorized | Posted on 21-09-2012

0

Isuzu D-Max รุ่นใหม่ล่าสุด

       เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก อีซูซุคลับ , เฟซบุ๊ก All-New Isuzu D-Max  อีซูซุเปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด” เริ่มวางจำหน่าย 14 ตุลาคมนี้
 
        เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัด ได้เปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด” (the All-new Isuzu D-Max) ที่เป็นการพลิกโฉมหน้าปิกอัพรุ่นใหม่ ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และเทคโนโลยียานล้ำสมัย ความเร็วประหนึ่งรถไฟหัวกระสุน กำหนดมาตรฐานใหม่ อีกทั้งคิดค้นและสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถปิกอัพทั่วโลกอย่างแท้จริง
งานเปิดตัว isuzu 2012
          โดยคนไทยจะได้สัมผัสรถรุ่นใหม่นี้ก่อนประเทศใดในโลก ที่ซึ่งมีการเปิดตัว The All New Isuzu D-MAX ในรอบสื่อมวลชนไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (29 กันยายน) ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 14 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สนนราคาเริ่มต้น รุ่นสปาร์ค ตอนเดียว ราคา 465,000 บาท ส่วนรุ่นท็อป วี-ครอส 4 ประตู ราคา 994,000บาท

คุณสมบัติพิเศษของอีซูซุดีแมคซ์ใหม่

รูปลักษณ์ภายนอก
สำหรับอีซูซุ ดีแมคซ์ โฉมใหม่นั้น มาพร้อมกับรูปลักษณ์แนวสปอร์ต มีการดีไซน์ด้านหน้าให้เป็นแบบสามมิติ เพิ่มความชัดในการมองเห็น มีไฟหน้าขนาดใหญ่ และไฟท้ายแบบ LED ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการรถกระบะที่มีการนำเอาไฟแบบ LED มาใช้ และตัวถังแค็ปเปิดได้
ห้องโดยสาร
เป็นการดีไซน์แบบ “DELUXE CAPSULE” ผสานกับ “UNIVERSAL DESIGN” ทำให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ สะดวกสบายเหมาะสมกับทุกสรีระ ส่วนเบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
แผงหน้าปัด
ดีไซน์แผงหน้าปัดขนาดใหญ่แบบ Super Vision ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ แถมยังมีโหมดภาษาไทยให้เลือกด้วย ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว และปรับความสว่างได้อัตโนมัติ
ระบบเสียง
ติดตั้งระบบเสียงเป็นแบบ “SURROUND SOUND” สูงสุดถึง 8 ลำโพง มีลำโพงคู่หน้าขนาดใหญ่พิเศษ FULL-SIZE 6×9 นิ้ว และลำโพง EXCITER ติดตั้งบนเพดาน ช่วยให้เสียงสมจริงทุกรายละเอียด พร้อมฟังก์ชั่นปรับระดับเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของรถ

เครื่องยนต์
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ 2500 Ddi VGS TURBO หรือเทอร์โบแปรผัน สามารถรีดกำลังสูงสุด 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องยนต์  2500 Ddi TURBO รีดกำลังสูงสุดได้ 116 แรงม้าเท่าเดิม และหากเป็นเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS TURBO จะให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที
เกียร์

ปรับเกียร์ใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม “REV-TRONIC” ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจ และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ “SPORT-SHIFT” ช่วยให้เข้าเกียร์ง่ายจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ไหลลื่น
ล้อและช่วงล่าง
ขยายฐานและความกว้างของล้อให้ใหญ่ขึ้น กระจายน้ำหนักได้สมดุลขึ้น ด้วยการจัดตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่ให้อยู่เยื้องหลังล้อคู่หน้า พร้อมแชสซีส์ขนาดใหญ่ในรถระดับเดียวกัน ส่วนช่วงล่างได้รับการออกแบบมาให้เป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยส์สปริง และแหนบขนาดยาวพิเศษในช่วงล่างหลัง เพื่อให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
ระบบความปลอดภัย
มั่นใจได้ด้วยระบบความปลอดภัยแบบป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ด้วยเบรก ABS พร้อม EBD และ BA นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการทรงตัว ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว ประกอบกับหม้อลมเบรกขนาดใหญ่พิเศษ 10.5 นิ้ว พร้อม TIED-BAR ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 300 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์แบบลูกสูบคู่
ที่สำคัญ อีซูซุดีแมคซ์โฉมใหม่ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยแบบป้องกันขณะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบเหล็กกล้า ที่ผลิตจากเหล็กหนาพิเศษ และตัวถังแบบซูเปอร์ สเปซแค็บ (SUPER SPACECAB) บานแค็บเปิดได้ (ตู้กับข้าว)
อื่น ๆ
- แกนพวงมาลัย และแป้นเบรกแบบยุบตัวได้           – เข็มขัดนิรภัยมีกลไกดึงกลับอัตโนมัติ           – มีระบบล็อกประตูอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานทันที เมื่อรถวิ่งได้ความเร็วประมาณ 20-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง           – ระบบป้องกันกระจกหนีบ (WINDOW JAM PROTECTION) ด้านคนขับ           – เทคโนโลยี “ISUZU INSIGHT” ช่วยประมวลผลและวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่แบบเฉพาะตัว ทำให้การขับขี่ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

หลังจากที่ค่ายรถโตโยต้าได้เผยโฉมรถกระบะรุ่นไฮลักซ์ วีโก้  แชมป์ และรถอเนกประสงค์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ รูปลักษณ์ใหม่ไฉไลกว่าเดิม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แว่วมาว่า… ทางค่ายรถกระบะยอดนิยมอย่างอีซูซุ ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะมีการคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกันยายนนี้ อาจจะมีการเปิดตัวรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ โฉมใหม่ หรือ All New Isuzu D-Max 2012

Isuzu D-Max รุ่นปี 2008

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ sohu.com ประเทศจีน ได้เผยภาพสเก็ตช์โมเดลของรถยนต์อีซูซุ 2012 ซึ่งจากโมเดลใหม่นี้ก็แสดงให้เห็นว่า รถกระบะรุ่นใหม่มีความน่าสนใจมากขึ้น และอาจจะคล้ายกับที่มาเปิดตัวในไทย และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าโครงสร้างอีซูซุใหม่นี้ มีลักษณะคล้ายกับ เชฟโรเล็ท โคโลราโด (Chevrolet Colorado) แต่ออกแนวสปอร์ตมากกว่า ตั้งแต่กันชนหน้า ไฟหน้า กระจัง ที่มาพร้อม Over Fender เหมือนกับนิสสัน นาวาร่า (Nissan Navara) ทั้งแก้มข้างและกระบะท้าย นอกจากนี้ ในส่วนของรุ่นแค๊ปนั้น จะสามารถเปิดได้เหมือนกับรถของค่ายอื่น ๆ แล้ว
แม้ว่าภาพสเก็ตช์ของรถกระบะอีซูซุรุ่นใหม่ที่หลุดออกมา จะยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า รถกระบะรุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อ ดีแม็กซ์ เหมือนเดิม หรือว่าจะใช้ชื่อใหม่ รวมถึงที่รถรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาในบ้านเราจะมีทรวดทรงหน้าตาคล้ายกันหรือไม่ แต่อีกไม่นานเกินรอ พวกเราก็คงจะได้ยลโฉมรถรุ่นใหม่จากค่ายอีซูซุในมาช้านี้แล้วล่ะ
อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุดออกมายืนยันแน่ชัดแล้วสำหรับกำหนดการเปิดตัว The All New Isuzu D-MAX ในรอบสื่อมวลชน (ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้า) จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี 29 กันยายนนี้ เวลา 16.30 น. ที่ challenger Hall เมืองทองธานี

Write a comment