Featured Post

บทความเกี่ยวกับการเลือก

บทความเกี่ยวกับการเลือกซื้อล้อแม็กซ์ ล้อแม็กวงโต 16 17 18 นิ้่ว จะติดขอบบัีงโคลนไหม ขนาดเท่าไรสวย จะคดง่ายไหม จะอืดไหม? แค่เห็นตัวเลขเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อแม็กใหญ่กว่าเดิ มหลายนิ้ว หลายคนก็รีบตั้งคำถามในใจหรืออาจสรุปไปเลยว่า ใส่แล้วต้องติดบังโคลน ต้องคดง่าย อัตราเร่งจะอืด ทั้งที่ยังไม่ได้ดูขนาดยางและรายละเอียดอื่นเลย หนึ่งในการตกแต่งรถยนต์ขั้นพื้นฐาน ราคาไม่แพงนัก มีให้เลือกซื้อสารพัดยี่ห้อ สวยแปลกตาขึ้นฉับพลันในชั่วโมงเดียว แต่ก็มีคำถามค้างคาใจว่า ขนาด 16 17 18 นิ้ว ใส่เข้าไปแล้วจะติดบังโคลนไหม ? ขนาดเท่าไรสวย ลังเล ใหญ่เกินไปก็กลัวผลกระ ทบที่ตามมา เล็กไปก็กลัวไม่สวย ? จะคดง่ายไหม เลือกวงเล็กไว้ก่อนดีไหม จะได้คดยาก ? ล้อแม็กวงโตจะทำให้อัตราเร่งอืดไหม ? สารพัดความกลัว ที่เกิดขึ้นเพราะไม่มองให้ลึกแล้วรีบสรุป สวย หรือดีด้านประสิทธิภาพด้วย การเปลี่ยนล้อแม็กวงโต เส้นผ่าศูนย์กลางมากขึ้น ถูกเปลี่ยนพร้อมยางแก้มเตี้ยลงและกว้างขึ้น เพื่อรักษาเส้นรอบวงให้ใกล้เคียงยางมาตรฐานเดิม และรับกับความกว้างของล้อแม็กที่เพิ่มขึ้น ความต้องการหลักอยู่ที่การเพิ่มความสวยงาม ส่วนอื่นเป็นเรื่องรองลงไป เช่น ประสิทธิภาพการทรงตัวและการเกาะถนนที่เพิ่มขึ้น จากความกว้างของยางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หน้ายางที่สัมผัสพื้นกว้างขึ้นตามไปด้วย แก้ม ยางที่เตี้ยลงก็โย้ตัวยากขึ้น ไม่เซ และลดการยกตัวของหน้ายาง แม้ประสิทธิภาพการเกาะถนนจะเพิ่มขึ้นจริง แต่ก็นับเป็นผลพลอยได้ที่มีโอกาสได้ใช้น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ขับเร็วและเข้าโค้งดุเดือด เท่าไรนัก กี่นิ้วดี ? อย่าลืมยาง ! การเลือกขนาดล้อแม็ก ประเด็นสำคัญอยู่ที่เส้นผ่าศูนย์กลาง เช่น 15, 16, 17 หรือ 18 นิ้ว ส่วนความกว้าง 6, 7, 7.5 หรือ 8 นิ้วเป็นเรื่องรองลงไป เช่นเดียวกับระยะ ออฟเซต (ระยะยื่น) ที่ยังมีหลายคนไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่จึงพิจารณาแต่ตัวเลขเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 16 17 18 นิ้ว แต่ก็ยังเกิดปัญหากับตัวเลขของล้อแม็ก เห็นตัวเลขมากแล้วกลัวติดบังโคลน กลัวคดง่าย กลัวอืด กลัวแพง ทั้งที่รถยนต์ไม่ได้แล่นบนล้อเหล็กไม่มียางแบบรถไฟ แต่ต้องมียางหุ้มล้ออีกชั้น ดังนั้นอย่าลืม…ยาง ไม่ควรรีบสรุปขนาดโดยรวมด้วยตัวเลข 15 16 17 18 นิ้ว เพราะต้องขึ้นอยู่กับขนาดยางด้วย สมมุติล้อเดิมขนาด 15 นิ้ว ใส่กับยางแก้มสูง หาก เปลี่ยนมาใส่ขอบ 17 นิ้ว ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 2 นิ้ว ดูแล้วน่าตื่นเต้น แต่ถ้าประกบด้วยยางแก้มเตี้ยบางเฉียบ เส้นรอบวงโดยรวมของล้อ 17 นิ้ว อาจเตี้ยกว่ายางขอบ 15 นิ้ว ชุดเดิมก็เป็นได้ ส่วนความกว้างและออฟเซตค่อยว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นอย่าตื่นเต้นว่าจะต้องเกิดปัญหา เมื่อเปลี่ยน ล้อแม็กขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายนิ้ว เพราะยังต้องเกี่ยว ข้องกับขนาดยาง ความกว้างของล้อและระยะออฟเซตด้วย เลือกกี่นิ้วดี ? ในเมื่อจุดประสงค์หลักของการเปลี่ยนล้อแม็กวงโต อยู่ที่ความสวยงามเป็นหลัก ตามหลักการแล้ว ยิ่งล้อแม็กขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไรก็ยิ่งสวย +1 นิ้วจากเดิม เช่น จาก 15 เป็น 16 นิ้ว เสียเงินเปล่า แทบไม่สวยขึ้น ดูครึ่งๆ กลางๆ +2 นิ้วจากเดิม เช่น จาก 15 เป็น 17 นิ้ว ถือเป็นมาตรฐานที่น่าจะสวยขึ้น ถ้าเลือกลายและขนาดยางที่พอเหมาะ ราคาพอรับได้ รวมๆ แล้วไม่แพงจาก +1 นิ้วสักเท่า ไร แต่สวยกว่า +1 นิ้วพอสมควร +3 นิ้วจากเดิม (หรือกว่านั้น) เช่น จาก 14 เป็น 17 นิ้ว สวยเหลือเฟือแน่ๆ แต่เลือกยาก ถ้าจะไม่ให้ติดขัดกับชิ้นส่วนอื่น และราคาแพงทั้งล้อแม็กและยาง ปัจจุบันนี้มีสูตร +2 +3 +4 นิ้ว เช่น จากเดิม 15 นิ้ว ขยับเป็น 17 18 หรือพยายามใส่ 19 นิ้วก็ยังมี จึงเป็นบท สรุปตายตัวด้านความสวยว่า ยิ่งใส่ล้อแม็กวงโตเข้าไปโดยไม่เกิดปัญหาและมีเงินจ่ ายก็ยิ่งสวย คนในเมืองนอกเล่นกันดุเดือดขนาด +2 +3 นิ้วกันเพียบ แต่คนไทยหลายคนยังลังเลว่าจะเพิ่มขนาดแบบ +1 หรือ +2 นิ้วดี บอกได้ว่าถ้าเน้นความสวยให้ลืมสูตร +1 นิ้วไปได้เลย เพราะด้านความสวยแทบจะเสียเงินฟรี ! อย่างน้อยให้เริ่มจาก +2 นิ้ว และถ้ามีเงินจ่ายและอยากสวยสุดๆ ต้องเลือก +3 นิ้วจากเดิม ระยะออฟเซต มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร คือระยะยื่นหรือหุบของล้อ แม็ก มีผลต่อการกระแทกกับบังโคลนกับยาง ตัวเลขยิ่งน้อยหรือติดลบ เมื่อใส่ล้อเข้าไปกับดุมจะยิ่งยื่นออกมาด้านนอก เลือกล้อแม็กที่มีระยะออฟเซตใกล้เคียงกับล้อเดิมจากโ รงงาน ดูตัวเลขได้แถวๆ ตัวย่อ ET หรือถ้าใช้วิธีตามภาคปฏิบัติก็ให้ใส่ล้อและยางเข้ากั บรถยนต์ ขยับรถยนต์สัก 5-10 เมตร เพื่อให้ช่วงล่างทำงานและยุบตัวมาอยู่ในระยะปกติ จอดแล้วหาคนนั่งด้านหลัง 2-3 คนและให้ขย่มแรงๆ สังเกตว่ายางต้องซุกเข้าไปหลังขอบบังโคลนได้ ห่างจากบังโคลนแบบเฉี่ยวๆ 0.5-2 เซนติเมตร และยางต้องไม่หุบเข้าไปด้านในบังโคลนมากเกินไป เพราะจะดูไม่เต็มและไม่สวย ขนาดยาง ต้องคำนวณหรือยกเทียบ เน้นที่เส้นรอบวงภายนอกของยาง ต้องใกล้เคียงยาง มาตรฐานที่ติดมาจากโรงงานที่สุด ถ้ายางที่เปลี่ยนใหม่มีเส้นรอบวงมากขึ้น อัตราเร่งจะอืด มาตรวัดความเร็วจะแสดงผลน้อยกว่าความเร็วจริง (ไมล์แข็ง) ถ้ายางที่เปลี่ยนใหม่มีเส้นรอบวงน้อยลง อัตราเร่งจะดี แต่จะได้ระยะทางต่อเกียร์น้อยลง เพราะล้อหมุนแต่ละรอบได้ระยะทางสั้นลง มาตรวัดความเร็วจะแสดงผลมากกว่าความเร็วจริง (ไมล์อ่อน) ยางขอบ 17 นิ้ว ไม่แน่ว่าจะมีเส้นรอบวงมากกว่ายางขอบ 15 น17 หรือ 18 นิ้ว ซีรีส์ต่ำแก้มเตี้ยบางเฉียบก็มี มี 2 วิธีสำหรับการเลือกขนาดยาง 1. คำนวณตามสูตรหารัศมี เส้นผ่าศูนย์กลาง และเส้นรอบวง แม้ไม่ยาก แต่ก็ยุ่งสำหรับหลายคน 2. หลายคนจำสูตรคำนวณไม่ได้ และไม่อยากยุ่งยาก ก็ไม่ต้องคำนวณให้งง สนใจจะเปลี่ยนเป็นยางขนาดใดก็ให้ยกเทียบ ถ้าจะให้แม่นยำต้องใส่ยางเข้ากับกระทะล้อและสูบลมสัก 30 ปอนด์ฯ จึงยกเทียบ แต่ถ้าไม่สะดวกเพราะทางร้านไม่ยอมทำให้ แค่ยกเฉพาะยางเปล่าๆ มาตั้งเทียบกับยางเดิมก็พอทราบ เมื่อยกเทียบความสูงโดยรวม (ไม่ใช่แค่แก้ม) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นรอบวง ถ้ามีความสูงแตกต่างกันเล็กน้อยก็พอรับได้ เช่น ยางใหม่เตี้ยกว่าเดิมไม่เกิน 1 เซนติเมตร เมื่อใส่เข้ากับรถยนต์ รัศมีจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร หรือรถยนต์สูงขึ้นไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ยางใหม่สูงขึ้นไม่เกิน 2 เซนติเมตร เมื่อใส่เข้ากับรถยนต์ รัศมีจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 เซนติเมตร หรือรถ ยนต์สูงขึ้นไม่เกิน 1 เซนติเมตร กรณีเปลี่ยนล้อแม็กวงโตขึ้นตามสูตร +2 นิ้ว เมื่อจะเลือกยางก็มักพบว่ายางจะมีขนาดใกล้เคียงเดิมห รือสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งถือว่าดีกว่าเตี้ยลง เพราะถ้าเตี้ยลง ระยะห่างระหว่างยางกับขอบบังโคลนจะมีมากขึ้นจนดูไม่ส วย (ยางเดิมก็ห่างมากอยู่แล้ว) เลือกยางใหม่ให้มีความ สูงพอๆ กับยางเดิม หรือสูงขึ้นไม่เกิน 1 เซนติเมตร ถือว่าลงตัว ส่วนความกว้างของยาง ถ้าไม่ได้เน้นรีดแรงม้าลงพื้น ด้วยเครื่องยนต์หลายร้อยแรงม้า ไม่เน้นความสวยแบบดุดันด้วยล้อแม็กและยางกว้างๆ สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ขอสวยแค่พอประมาณ และกังวลกับเรื่องความอืด หรือกลัวช่วงล่างพังเร็ว ก็ให้เลือกยางที่มีความกว้างน้อยที่สุดเท่าที่มีและใ ส่กับล้อแม็กวงนั้นได้อย่างเหมาะสม เช่น ล้อแม็กใส่ยางกว้าง 215 หรือ 225 มิลลิเมตรก็ได้ ควรเลือกยางขนาด 215 มิลลิเมตร แต่ถ้าอยากสวยแบบดุๆ และยอมรับข้อเสียได้ก็เลือกให้กว้างสุดๆ เท่าที่จะใส่ได้โดยไม่ติดขัด คดง่ายไหม หลายคนกังวลเมื่อจะเปลี่ยนล้อแม็กวงโต เหมารวมว่าล้อแม็กที่มีขนาดตัวเลขมาก เช่น 17 นิ้ว จะคดง่าย กว่าตัวเลขน้อย เช่น 16 หรือ 15 นิ้ว ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของวัสดุที่นำมาผลิต ขบวน การผลิต รูปแบบและขนาดของก้านล้อแม็ก สรุปง่ายๆ คือ ล้อแม็กขอบ 16 นิ้วเนื้อนิ่มหรือก้านบางเล็ก อาจคดง่ายหรือเปราะกว่าล้อแม็กขอบ 17 นิ้วเนื้อแข็งหรือก้านหนาก็เป็นได้ จะคดง่ายหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับหลายส่วนประกอบ ไม่ใช่แค่ขนาดของล้อแม็กว่า เป็นกี่นิ้ว ดังนั้นหากมีโอกาสก็ควรสนใจคุณภาพและความหนาบางของก้ านล้อแม็กไว้ด้วย อัตราเร่งอืดไหม ? หลายคนรีบมองว่าเมื่อใส่ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว จะต้องอืดกว่าเมื่อใส่ขอบ 15 นิ้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจริง แต่ไม่ใช่ความจริงเสมอไป เพราะถ้าล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว มีเนื้อแน่น วัสดุแข็งแรง ทำให้ผลิตได้บาง ก้านบาง ยางแก้มเตี้ย และไม่กว้างมาก เส้นรอบวงโดยรวมและน้ำหนักรวมพอๆ กับตอนใช้ล้อแม็กขอบ 15 นิ้ว อัตราเร่งก็อืดลงนิดเดียวเพราะความกว้างของยางที่มาก ขึ้น ล้อแม็กวงโตคุณภาพดี + ยางแก้มเตี้ย หลายชุดพบว่ามีน้ำหนักรวมแทบไม่ต่างจากล้อแม็ก วงเล็กเดิมๆ เลย โดยส่วนใหญ่ที่ทำให้อัตราเร่งอืดลง เป็นเพราะล้อแม็กวงโตใช้วัสดุไม่ดี จึงต้องทำให้หนาและก้านโตหนาไว้ก่อน น้ำหนักโดยรวมจึงมากขึ้น เมื่อบวกกับยางที่กว้างขึ้น ก็จึงทำให้อัตราเร่งอืดลงจนสัมผัสได้ การเลือกล้อแม็ก ถ้าสนใจเรื่องอัตราเร่งก็ควรเลือกทั้งเส้นรอบวงโดยรว ม น้ำหนัก และความกว้างของยางให้ใกล้เคียงเดิม ใส่แล้วช่วงล่างพังไหม ? เป็นคำถามยอดนิยม ซึ่งมีคำตอบ คือ อายุสั้นลงบ้าง แต่ไม่ได้สั้นลงมาก และไม่ได้พังในทันที พิสูจน์ได้จากรถยนต์หลายรุ่น ที่มีหลายรุ่นย่อย ซึ่งใช้ล้อและยางต่างขนาดกัน ตั้งแต่ล้อวงเล็กในรุ่นพื้นฐาน ไปจนถึงวงโต ในรุ่นพลังแรง ก็แทบไม่พบว่ามีการใช้ลูกหมาก บู๊ช และลูกปืนล้อต่างรุ่นกันเลย ดังนั้นจึงสามารถสบายใจได้ว่า อายุการใช้งานของ ช่วงล่างที่ใส่ล้อแม็กวงโตกับยางแก้มเตี้ยจะสั้นลงบ้ างเท่านั้น และถ้ามีน้ำหนักรวมไม่ต่างจากเดิมมากและยางไม่ กว้างนัก ก็ยิ่งแทบไม่ลดทอนอายุของช่วงล่างเลย ขนาดตามตัวเลขไม่ใช่ผลกระทบหลัก แต่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักรวมและความกว้างของยางมากกว่ า หลายเรื่องของล้อแม็กวงโตกับยางแก้มเตี้ย เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา เพราะการมองอย่างผิวเผิน หากมองลึกสักหน่อยก็จะเข้าใจได้ดีขึ้น ที่มา http://www.spiceday.com/viewthread.php?tid=127778

Read More

Isuzu D-Max รุ่นใหม่ล่าสุด

Posted by noum77 | Posted in Uncategorized | Posted on 21-09-2012

0

Isuzu D-Max รุ่นใหม่ล่าสุด

       เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก อีซูซุคลับ , เฟซบุ๊ก All-New Isuzu D-Max  อีซูซุเปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด” เริ่มวางจำหน่าย 14 ตุลาคมนี้
 
        เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัด ได้เปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด” (the All-new Isuzu D-Max) ที่เป็นการพลิกโฉมหน้าปิกอัพรุ่นใหม่ ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และเทคโนโลยียานล้ำสมัย ความเร็วประหนึ่งรถไฟหัวกระสุน กำหนดมาตรฐานใหม่ อีกทั้งคิดค้นและสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถปิกอัพทั่วโลกอย่างแท้จริง
งานเปิดตัว isuzu 2012
          โดยคนไทยจะได้สัมผัสรถรุ่นใหม่นี้ก่อนประเทศใดในโลก ที่ซึ่งมีการเปิดตัว The All New Isuzu D-MAX ในรอบสื่อมวลชนไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (29 กันยายน) ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 14 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สนนราคาเริ่มต้น รุ่นสปาร์ค ตอนเดียว ราคา 465,000 บาท ส่วนรุ่นท็อป วี-ครอส 4 ประตู ราคา 994,000บาท

คุณสมบัติพิเศษของอีซูซุดีแมคซ์ใหม่

รูปลักษณ์ภายนอก
สำหรับอีซูซุ ดีแมคซ์ โฉมใหม่นั้น มาพร้อมกับรูปลักษณ์แนวสปอร์ต มีการดีไซน์ด้านหน้าให้เป็นแบบสามมิติ เพิ่มความชัดในการมองเห็น มีไฟหน้าขนาดใหญ่ และไฟท้ายแบบ LED ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการรถกระบะที่มีการนำเอาไฟแบบ LED มาใช้ และตัวถังแค็ปเปิดได้
ห้องโดยสาร
เป็นการดีไซน์แบบ “DELUXE CAPSULE” ผสานกับ “UNIVERSAL DESIGN” ทำให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ สะดวกสบายเหมาะสมกับทุกสรีระ ส่วนเบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
แผงหน้าปัด
ดีไซน์แผงหน้าปัดขนาดใหญ่แบบ Super Vision ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ แถมยังมีโหมดภาษาไทยให้เลือกด้วย ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว และปรับความสว่างได้อัตโนมัติ
ระบบเสียง
ติดตั้งระบบเสียงเป็นแบบ “SURROUND SOUND” สูงสุดถึง 8 ลำโพง มีลำโพงคู่หน้าขนาดใหญ่พิเศษ FULL-SIZE 6×9 นิ้ว และลำโพง EXCITER ติดตั้งบนเพดาน ช่วยให้เสียงสมจริงทุกรายละเอียด พร้อมฟังก์ชั่นปรับระดับเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของรถ

เครื่องยนต์
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ 2500 Ddi VGS TURBO หรือเทอร์โบแปรผัน สามารถรีดกำลังสูงสุด 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องยนต์  2500 Ddi TURBO รีดกำลังสูงสุดได้ 116 แรงม้าเท่าเดิม และหากเป็นเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS TURBO จะให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที
เกียร์

ปรับเกียร์ใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม “REV-TRONIC” ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจ และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ “SPORT-SHIFT” ช่วยให้เข้าเกียร์ง่ายจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ไหลลื่น
ล้อและช่วงล่าง
ขยายฐานและความกว้างของล้อให้ใหญ่ขึ้น กระจายน้ำหนักได้สมดุลขึ้น ด้วยการจัดตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่ให้อยู่เยื้องหลังล้อคู่หน้า พร้อมแชสซีส์ขนาดใหญ่ในรถระดับเดียวกัน ส่วนช่วงล่างได้รับการออกแบบมาให้เป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยส์สปริง และแหนบขนาดยาวพิเศษในช่วงล่างหลัง เพื่อให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
ระบบความปลอดภัย
มั่นใจได้ด้วยระบบความปลอดภัยแบบป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ด้วยเบรก ABS พร้อม EBD และ BA นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการทรงตัว ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว ประกอบกับหม้อลมเบรกขนาดใหญ่พิเศษ 10.5 นิ้ว พร้อม TIED-BAR ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 300 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์แบบลูกสูบคู่
ที่สำคัญ อีซูซุดีแมคซ์โฉมใหม่ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยแบบป้องกันขณะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบเหล็กกล้า ที่ผลิตจากเหล็กหนาพิเศษ และตัวถังแบบซูเปอร์ สเปซแค็บ (SUPER SPACECAB) บานแค็บเปิดได้ (ตู้กับข้าว)
อื่น ๆ
- แกนพวงมาลัย และแป้นเบรกแบบยุบตัวได้           – เข็มขัดนิรภัยมีกลไกดึงกลับอัตโนมัติ           – มีระบบล็อกประตูอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานทันที เมื่อรถวิ่งได้ความเร็วประมาณ 20-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง           – ระบบป้องกันกระจกหนีบ (WINDOW JAM PROTECTION) ด้านคนขับ           – เทคโนโลยี “ISUZU INSIGHT” ช่วยประมวลผลและวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่แบบเฉพาะตัว ทำให้การขับขี่ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

หลังจากที่ค่ายรถโตโยต้าได้เผยโฉมรถกระบะรุ่นไฮลักซ์ วีโก้  แชมป์ และรถอเนกประสงค์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ รูปลักษณ์ใหม่ไฉไลกว่าเดิม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แว่วมาว่า… ทางค่ายรถกระบะยอดนิยมอย่างอีซูซุ ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะมีการคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกันยายนนี้ อาจจะมีการเปิดตัวรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ โฉมใหม่ หรือ All New Isuzu D-Max 2012

Isuzu D-Max รุ่นปี 2008

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ sohu.com ประเทศจีน ได้เผยภาพสเก็ตช์โมเดลของรถยนต์อีซูซุ 2012 ซึ่งจากโมเดลใหม่นี้ก็แสดงให้เห็นว่า รถกระบะรุ่นใหม่มีความน่าสนใจมากขึ้น และอาจจะคล้ายกับที่มาเปิดตัวในไทย และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าโครงสร้างอีซูซุใหม่นี้ มีลักษณะคล้ายกับ เชฟโรเล็ท โคโลราโด (Chevrolet Colorado) แต่ออกแนวสปอร์ตมากกว่า ตั้งแต่กันชนหน้า ไฟหน้า กระจัง ที่มาพร้อม Over Fender เหมือนกับนิสสัน นาวาร่า (Nissan Navara) ทั้งแก้มข้างและกระบะท้าย นอกจากนี้ ในส่วนของรุ่นแค๊ปนั้น จะสามารถเปิดได้เหมือนกับรถของค่ายอื่น ๆ แล้ว
แม้ว่าภาพสเก็ตช์ของรถกระบะอีซูซุรุ่นใหม่ที่หลุดออกมา จะยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า รถกระบะรุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อ ดีแม็กซ์ เหมือนเดิม หรือว่าจะใช้ชื่อใหม่ รวมถึงที่รถรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาในบ้านเราจะมีทรวดทรงหน้าตาคล้ายกันหรือไม่ แต่อีกไม่นานเกินรอ พวกเราก็คงจะได้ยลโฉมรถรุ่นใหม่จากค่ายอีซูซุในมาช้านี้แล้วล่ะ
อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุดออกมายืนยันแน่ชัดแล้วสำหรับกำหนดการเปิดตัว The All New Isuzu D-MAX ในรอบสื่อมวลชน (ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้า) จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี 29 กันยายนนี้ เวลา 16.30 น. ที่ challenger Hall เมืองทองธานี

Write a comment